ยกฉะเชิงเทรา เมืองต้นแบบ“เกษตรอินทรีย์ครบวงจร”

 

วันนี้ (26 สิงหาคม) ที่ อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรานพ.สติปัญญา มุก ผู้ตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารแผนภาควิชาที่5 แล้วก็คณะกรรมการดูแลแนวทางแผนของกินเพื่อสุขสภาวะ ที่ทำการกองทุนช่วยเหลือการผลิตเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะกรรมการฯ สื่อมวลชน ลงพื้นที่แผนการติดตามและก็แลกทำความเข้าใจฝ่ายโครงข่ายของกินจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

 

นพ.สติปัญญา บอกว่า แนวทางการปฏิบัติการภายใต้แผนของกินเพื่อสุขภาวการณ์ ในกรุ๊ปแผนงานความยั่งยืนทางของกินและก็ความปลอดภัยในระบบของกินนั้น สสส.ให้การเกื้อหนุนเกษตรอินทรีย์ที่ผลักดันการเชื่อมต่อของระบบของกิน จากการสร้างถึงผู้กระทำระจายสู่ผู้ใช้ โดยย้ำที่ความยั่งยืนของครอบครัว และก็ชุมชนฐานเกษตร ความมากมายทางพันธุกรรม การพัฒนาระบบความเกี่ยวเนื่องของผู้สร้างกับผู้ใช้ การพัฒนาระบบรับประกันมาตรฐานความปลอดภัยของผักผลไม้ ตลาดสีเขียว ธุรกิจการค้าเพื่อสังคมที่สนับสนุนระบบนิเวศน์ของกินจีรังยั่งยืน อื่นๆอีกมากมาย สำหรับกรุ๊ปเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขตที่นับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความแข็งแกร่งแล้วก็มีความยั่งยืนมั่นคงทางของกินในระบบเกษตรอินทรีย์ มีคุณลักษณะเด่นด้านการช่วยสนับสนุนการสร้าง รวมทั้งระบบการจัดการจัดแจงผลิตผล ผัก ข้าว อินทรีย์ ครบวงจรตลอดทั้งห่วงโซ่ของกิน ตั้งแต่การสร้าง การบริการจัดแจงผลิตผล และก็การจัดการด้านการตลาด เป็นต้นแบบของพื้นที่ในโซนภาคทิศตะวันออก ดังนี้ท้ายที่สุดเพื่อเกื้อหนุนให้ประชากรได้บริโภคผักผลไม้อย่างพอเพียง สามารถการเข้าถึงแหล่งผลิต แหล่งขาย แล้วก็แหล่งให้บริการผักผลไม้ที่ปลอดภัยได้อย่างสะดวก แล้วก็ให้พลเมืองมีความสามารถรวมทั้งค่าความนิยมสำหรับในการปลูกเพื่อบริโภค

 

 

นางสาวพลูเพ็ชร สีเหลืองอ่อน คนประสานงานแล้วก็ผู้ตัดสินยืนยันฟาร์มข้างช่วยเหลือของกรุ๊ปเกษตรอินทรีย์ อำเภอสนามชัยเขต พูดว่า กรุ๊ปเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขต ปฏิบัติงานภายใต้โครงข่ายทำการเกษตรหนทางจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการจัดแนวทางในการศึกษาเรียนรู้ให้กับผู้สร้างผ่านระบบสมาชิกมีจุดประสงค์สำหรับเพื่อการผลักดันให้สมาชิกกรุ๊ปปรับระบบการผลิตทางการเกษตรเข้าระบบการสร้างแบบเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน โดยให้ความใส่ใจกับการจัดตั้งระบบควบคุมการสร้างข้างในกรุ๊ปรวมทั้งการขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล ปัจจุบันนี้มีสมาชิกคลอบหุ้มจังหวัดฉะเชิงเทราแล้วก็จังหวัดปราจีนบุรีรวมกว่า 418 ราย โดยมีเป้าหมายเพิ่มสมาชิกเป็น 500 รายข้างในปี 2560 แล้วก็ขยายสมาชิกไปยังพื้นที่ใกล้เคียงในเขตภาคทิศตะวันออก ในพื้นทีี่ จังหวัดจังหวัดนครนายก สระแก้ว ด้วย ดังนี้โครงข่ายฯ มีแนวทางการทำงานสำหรับในการจุดสำคัญสำหรับในการเกื้อหนุนการสร้างแบบเกษตรอินทรีย์แบบนานาประการแล้วก็สงวนกรรมพันธุ์พืชแคว้น ปรับปรุงระบบการผลิตโดยจัดแนวทางการเรียนรู้ในแบบสถานศึกษาเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ รวมถึงคิดแผนแล้วก็จัดแจงตลาดผลิตผลด้วยการรับรองราคารับซื้อ ผู้กระทำระจายผลิตภัณฑ์ไปยังชุมชน สถานศึกษา โรงหมอ ห้องอาหารสุขภาพ ตลาดนัดสีเขียวและก็เลมอนฟาร์ม โดยจะมีการขยายเพิ่มโครงข่ายไปยังประมงขนาดเล็ก เพื่อผลิตอาหารทะเลไม่มีอันตรายในอนาคต ดังนี้ แนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ถือว่าเป็นการผลักดันเกษตรกรรายย่อยให้มีการวมกรุ๊ป ได้โอกาสศึกษาการสร้างด้วยกันที่มีขนาดใหญ่ มีการอุดหนุนซึ่งกันและกัน เป็นโครงข่ายที่สร้างความยั่งยืนมั่นคงทางของกินที่มีความมากมาย

 

 

"โครงข่ายฯ ของพวกเรามิได้เน้นการสร้างหรือขายสิ่งเดียวแค่นั้น เพราะเหตุว่าผู้สร้างกับคนซื้อนับว่าเป็นคนผู้เดียวกันที่ควรจะเข้าถึงของกินไม่มีอันตรายที่พอเพียงอย่างช่วยเหลือกัน ก็เลยมีการตั้งราคาผัก ผลไม้ ข้าวในราคาที่เป็นกลาง โดยราคาจะมิได้ขึ้นกับความอยากได้ของตลาดแต่ว่าคำนวณตามเงินลงทุนการสร้างที่เป็นจริง ซึ่งมิได้แพงกว่าราคาผลิตผลเกษตรที่ใช้สารเคมี พร้อมด้วยทำการตลาดที่ผูกมิตรกับผู้ใช้ราวกับเป็นญาติพี่น้อง”นางสาวพลูเพ็ชร กล่าว